เรื่องร้อน ๆ หนาว ของสาวoffice ค่ะ
posted on 21 Sep 2009 08:25 by nooplemonic in Story
ปกตินู๋เปิ้ลเป็นคนที่ขี้หนาวมาก มาย แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเรานั่งหนาวเหน็บจนอยากจะลุกไปปรับแอร์
แต่เพื่อนนั่งโต๊ะข้างๆ
กลับไม่สะทกสะท้านต่อความหนาวเย็นแบบที่เราเป็นเลยสักนิด เพื่อนๆ เคยสงสัยบ้างไหล่ะคะ ว่าทำไมเหตผลเหรอคะ เพราะส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานภายในร่างกายของคนทุกคนไม่เหมือนกันค่ะ ลองมาอ่านสาเหตูที่แต่ละคนสามารถทนความหนาวเย็นได้ต่างกัน เถอะค่ะ
น้ำหนักตัวมีส่วน
คนที่มีน้ำหนักตัวและไขมันมากกว่า จะมีไขมันเป็นเสมือนฉนวนกันความหนาวมากกว่าสาวที่ผอมบาง
หญิงหรือชายสำคัญไฉน
ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะขี้หนาวมากกว่าผู้ชาย
เนื่องจากภาวะการทำงานของต่อมไทรอยด์แตกต่างกัน
และความได้เปรียบของมวลกล้ามเนื้อของผู้ชายที่มีมากกว่า (1 ใน 3
ของพลังงานที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายมาจากกล้ามเนื้อ) ทำให้หนุ่มๆ
ออฟฟิศไม่ค่อยสะทกสะท้านกับความเย็นเหมือนสาวๆ สักเท่าไร แต่ถ้าสาวๆ
คนไหนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้วก็จะช่วยให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อมาก
ขึ้น สามารถปรับตัวรับอุณหภูมิในห้องแอร์ได้ดีกว่าเช่นกัน
แต่ในช่วงวันก่อนมีประจำเดือน อุณหภูมิในร่างกายของสาวๆ
จะไม่คงที่และอาจทำให้เกิดอาการขี้หนาวมากกว่าปกติ
อายุต่างก็หนาวต่างกัน
ปัจจัยของช่วงอายุที่แตกต่างกัน
ทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนต่างกันไปโดยปริยาย
คนในวัยใกล้หมดประจำเดือนอาจมีอาการร้อนๆ หนาวๆ
เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอด
ทำให้รู้สึกเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวได้
กินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ควรกินอาหารให้ครบทุกมื้อเพื่อที่ร่างกายจะได้มีพลังงานต่อสู้กับอากาศเย็น
และควรเพิ่มรายการของโปรตีน แมกนีเซียม (ข้าวกล้อง ข้าวโพด ผักโขม
ผักตังกุย กล้วย) ที่ช่วยเรื่องระบบการไหลเวียนของเลือด โพแทสเซียม (องุ่น
ผักสด เมล็ดธัญพืชและผลไม้แห้ง) ช่วยในการทำงานของระบบประสาท
นอกจากนี้ใบโหระพาสด วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก
ก็ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือดให้แก่ร่างกาย
ซึ่งถ้าร่างกายมีเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดเพิ่มมากขึ้น
แรงต้านกับอากาศหนาวก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
สำหรับคนที่เป็นมังสวิรัติ การกินพืชผักใบเขียวและอาหารประเภทถั่วเหลืองก็ได้ผลดีเหมือนกัน
ยิ่งเครียดยิ่งหนาว
เชื่อหรือไม่ว่า ความเครียดเป็นบ่อเกิดที่ทำให้คุณกลายเป็นคนขี้หนาวได้
สาเหตุก็เพราะระหว่างที่เครียดจัดๆ นั้น
ร่างกายของคนเราจะลดประสิทธิภาพในการหมุนเวียนโลหิตในร่างกายโดยที่เราไม่
รู้ตัว
เรื่องการออกกำลังกายและการกินอาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเห็นผล
(แต่ได้ผลและมีประโยชน์ในระยะยาว) แต่สำหรับคนที่อยากตัวอุ่นขึ้นมาทันใจ
เพราะทนไม่ไหวกับความเย็นจากแอร์ในห้องที่คอยบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงาน
ต้องฟังทางออกง่ายๆ แต่เห็นผลทันใจดังนี้
เลือกน้ำอุ่นและจิบชา
สำรวจตัวเองเสียหน่อยว่าติดการดื่มน้ำเย็นหรือเปล่า ถ้าใช่
ควรฝึกนิสัยในการดื่มน้ำอุ่นๆ (ถ้าไม่ชิน เริ่มฝึกจากน้ำอุณหภูมิธรรมดา)
เมื่อต้องทำงานในห้องที่มีอากาศเย็น หรือการจิบชาเปปเปอร์มินต์ ลาเวนเดอร์
ที่มีกลิ่นอโรมาช่วยในเรื่องการผ่อนคลายความเครียด รวมถึงน้ำขิง
น้ำตะไคร้อุ่นๆ ที่มีสรรพคุณช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงที่ผิวหนังได้มากขึ้น
เพราะนอกจากจะช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้อุ่นขึ้นแล้ว
การถือแก้วน้ำอุ่นอยู่ในมือสักพักหนึ่งยังช่วยให้นิ้วและฝ่ามือคลายหนาวได้
อย่างน่าพอใจด้วย
ปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะ
ศาสตราจารย์อลัน เฮดจ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล
ได้ทำการทดลองเรื่องอุณหภูมิของห้องที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของคนใน
ออฟฟิศว่า ในอุณหภูมิประมาณ 28 องศาเซลเซียส
พนักงานสามารถพิมพ์งานได้ประสิทธิภาพดี เร็ว
และผิดน้อยกว่าพนักงานที่นั่งทำงานในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 20
องศาเซลเซียสถึงสองเท่า และการศึกษาได้ข้อสรุปออกมาอีกว่า อุณหภูมิระหว่าง
22 - 26 องศา
เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดทั้งกับร่างกายของผู้หญิงและผู้ชาย
อย่างนี้ต้องเท้าอุ่นไว้ก่อน
ศาสตราจารย์อลัน เฮดจ์ ยังบอกอีกว่า
“เชื่อหรือไม่ว่าบริเวณข้อเท้าเป็นส่วนที่ไวต่อความเย็นมากที่สุดที่หนึ่งใน
ร่างกาย เพราะฉะนั้นสาวๆ
ที่ชอบใส่รองเท้าแบบเปลือยมาทำงานควรสวมถุงเท้าเพื่อกันความเย็นไว้ก็จะช่วย
ให้ร่างกายอุ่นขึ้นได้
ส่วนการเดินหรือขยับเขยื้อนร่างกายบ้างระหว่างทำงานถือเป็นการวอร์มอัพร่าง
กายไปในตัว ช่วยสร้างความอบอุ่นได้อีกทางหนึ่ง”
ที่มา: สุดสัปดาห์
#1 By salemanbps on 2009-09-21 09:33