Custom Search

 

ประวัติ    โชค บูลกุล

การศึกษา:
ปริญญาตรี 3 ใบ จาก Vermont Technical College, U.S.A. ในสาขาสัตวศาสตร์สาขาการจัดการฝูงโคนม               และสาขาธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียน Worcester Academy, Massachusetts, U.S.A.
มัธยมศึกษาปีที่ 1-5 จากโรงเรียน St. Joseph’s College, Sydney, Australia
ประถมศึกษาปีที่ 1-6 จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
 

ผลงานดีเด่น
          
                                                                                                                                           
2545 - ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย (Chokechai Ranch Group)
2539 - 2544 กรรมการผู้อำนวยการ
2537 - 2539 รองกรรมการผู้อำนวยการ
2535 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจการเกษตร ฟาร์มโชคชัย

ครอบครัว
บิดา คือ โชคชัย บูลกุล เจ้าของตำนานคาวบอยเมืองไทย มารดา คือ สุจริต บูลกุล โชคเป็นลูกชายคนโต
มีน้องสาวคือ อร วัฒนวรางกูล และน้องชาย คือ ชัย บูลกุล เขาสมรสกับ สู่ขวัญ วิวรกิจ เมื่อต้นปี
2547 
และมีลูกชาย 1 คน               
 

Positioning  หลัก                                                                                                                                                                                                                       1. เป็นทายาทคนโตของโชคชัย บูลกุล ผู้บุกเบิกฟาร์มโชคชัย ต้นตำนานคาวบอยเมืองไทย
2. พลิกธุรกิจจากที่เคยติดลบให้ทำกำไร และเป็นที่รู้จักด้วยการเปลี่ยนฟาร์มโคนมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
3. เป็นผู้บริหารฟาร์มโคนมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เนื้อที่ 20,000ไร่ วัว 5,000 ตัว) 
 
4. บุกเบิกการส่งออกแม่พันธุ์โคนม จากเดิมที่ประเทศแถบเอเชียต้องสั่งวัวเข้ามาจากออสเตรเลีย 

หากจะกล่าวถึงชื่อโชค บูลกุล   ซึ่งถือเป็นชื่อที่รู้จักและสนใจในพื้นที่ข่าวสารมานานหลายปี ตั้งแต่เข้าขึ้นรับหน้าที่ซีอีโอใหญ่ของค่ายธุรกิจในกลุ่มโชคชัยสืบต่อจาก โชคชัย บูลกุล ผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้ชื่อจากการบุกเบิกพื้นที่รกร้างท่ามกลางป่าเขาที่จังหวัดสระบุรี จนกระทั่งเติบใหญ่กลายเป็น ฟาร์มโชคชัยที่คนทั้งประเทศรู้จัก ซึ่งโชค บูลกุล มีมุมมองบางอย่างที่เป็นแง่คิดที่น่าสนใจ คือ  “คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้จากคนรุ่นเก่า ต้องผสมผสานกันและ สิ่งสำคัญของผู้บริหารยุคใหม่คือ จะต้องเป็นคนที่เท้าติดดิน ต้องถ่อมตน ไม่ประเมินตัวเองผิด อย่าหลงกับสถานการณ์ ถ้าทะเยอทะยานเกินไปจะพลาดได้ คือต้องเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ตามความเป็นจริง คนรุ่นใหม่บางคนอาจจะอยู่ในโลกที่คิดว่าตัวเองเก่งเกินไป ทำให้ประเมินสถานการณ์ผิด การที่จะเป็นนักธุรกิจที่ดีต้องไม่ประมาทและวิเคราะห์สถานการณ์โลกได้ดีและแม่นยำว่าเป็นอย่างไร
 

ผู้บริหารยุคใหม่ต้องเข้าใจสถานการณ์โลก และบริษัทให้ดี รู้จักศักยภาพตัวเองให้ดี ต้องเข้าใจตัวเอง และกำหนดนโยบายของบริษัทให้สมบูรณ์ทั้งแนวรุกแนวรับให้สัมพันธ์กัน เรื่องแนวรุกคือ การวางแผนการตลาด การใช้เงินลงทุนต่างๆ เป็นต้น ส่วนแนวรับคือ การสร้างความพร้อมขององค์กรทั้งเรื่องคน การวางแผน การวางระบบต่างๆ ไม่ใช่ว่าจะบริหารเชิงรุกอย่างเดียว โลกทุกวันนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้เราผิดพลาดได้บ่อยครั้งมากนักเหมือนในอดีต เราควรศึกษาบริษัทที่อยู่มานาน เพราะว่าเขามีกระบวนการรุกและรับที่ดีอย่างสอดคล้องกันไม่ใช่เน้นแต่ผลกำไรอย่างเดียว  นักธุรกิจของคนไทยส่วนใหญ่จะเน้นหนักในเชิงแนวรุกเป็นหลักได้อย่างดี   แต่ไม่ได้เตรียมแนวรับเอาไว้เมื่อเกิดเหตุการณ์ในทางลบ ทำให้ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดไป วงจรธุรกิจจึงไม่ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประเทศด้วย คนใหม่มาก็จะมาทำธุรกิจใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้สานต่อธุรกิจเดิมให้ต่อเนื่องทำให้ธุรกิจไม่มีความมั่นคงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นักธุรกิจหรือผู้บริหารยุคใหม่ต้องเข้าใจการทำธุรกิจ มีจุดยืนของตัวเองว่าควรทำอย่างไรให้ธุรกิจมีความยั่งยืน ไม่ใช่ว่าเอาแต่ทำตามคนอื่นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจจะได้ แต่เป็นระยะสั้นๆ ทำให้ธุรกิจจะไม่มีเสถียรภาพ ดังนั้นควรรู้จักศักยภาพตัวเองทำในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญการทำงานควรจะให้เป็นระบบ ซึ่งต้องเรียนรู้จากคนรุ่นเก่า ต้องผสมผสานกัน คือ คนรุ่นก่อนโดยเฉพาะยุคบุกเบิกว่าเขามีความโดดเด่นต่อเรื่องความอดทนอย่างไร ขณะที่คนรุ่นใหม่จะมีน้อย แต่ก็ดีตรงที่มีความกล้าตัดสินใจ มีวินัยการทำงาน มองงานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นควรเอาทั้งสองรุ่นมาผสมผสานกันนี่คือวิสัยทัศน์และวิธีคิดของ โชคบุลกุล   


โชคชัยฟาร์ม เมื่อ 10 กว่าปีก่อนกับตอนนี้ นอกจากจะผิดกันด้วยจำนวนผู้คนมากมายทีแวะเวียนเข้ามาอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด วัว ม้า และสัตว์ทุกตัวในฟาร์มก็ดูคึกคักตามไปด้วย รวมถึงต้นไม้ในพื้นที่ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเริ่มต้นจากเมื่อ  10 ปีที่แล้ว โชคพาลูกน้องนับ 100 คน ไปช่วยกันปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจว่าจะปลูกไปทำไม เพราะคนกลุ่มนี้เป็นเกษตรกรที่คุ้นเคยกับต้นไม้อยู่แล้ว แต่  10 ปีผ่านไป โชคพาพวกกลับไปดูต้นไม้ที่ปลูกไว้อีกครั้ง พร้อมกับให้ข้อมูลกับพวกเขาว่า ต้นไม้ 1 ต้น ให้ออกซิเจนนับร้อยลูกบาศก์ลิตร เพื่อบอกให้รู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำไม่ใช่แค่ได้ประโยชน์ในพื้นที่ฟาร์ม แต่พวกเขายังทำประโยชน์ให้กับสังคมอีกด้วย เรื่องแบบนี้ยิ่งเห็นได้ชัดในภาวะโลกร้อนเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ 

 มุมมองของโชคในการทำธุรกิจคือ  วิธีที่โชคเลือกใช้ เป็นหนึ่งในปรัชญาการบริหารฟาร์มโชคชัย ในเรื่องการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง รวมทั้งเป็นการสื่อสารด้วยเทคนิคง่ายๆ จากการปฏิบัติจริง เพียงแค่ต้องอาศัยระยะเวลาเข้าช่วย เรื่องง่ายๆ แบบนี้ ต้องยกให้กับความช่างคิดของผู้นำอย่าง โชค บูลกุล  และ ยังมีเรื่องเล็กๆ อีกหลายเรื่องในฟาร์มแห่งนี้อีกมาก ที่ทำให้ฟาร์มที่เคยเกือบจะเอาตัวไม่รอดในยุควิกฤตปี 2540 กลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง ซึ่งทุกเรื่องราวล้วนเกิดขึ้นจากการหล่อหลอมวัฒนธรรมของคนในองค์กร ให้มีความร่วมมือร่วมใจ เกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับฟาร์ม ด้วยการเห็นคุณค่าของงาน ที่ให้ผลตอบแทนกว้างเกินขอบรั้วของฟาร์ม  ภาพของวิถีเกษตรของฟาร์มโชคชัย เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้ว่า ไม่ใช่ภาพที่เห็นได้จากชีวิตเกษตรกรทั่วไปหรืออาจจะลืมไปชั่วขณะ   “ความแตกต่างของฟาร์มโชคชัยจึงเป็น จุดขายที่ทำให้ฟาร์มโชคชัยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสุดฮิต โดยจะเห็นได้จากปริมาณรถยนต์ที่จอดหนาตาบริเวณด้านหน้าฟาร์มทุกสุดสัปดาห์   เหตุจูงใจที่ทำให้ทุกคนแวะมาที่นี่ คือเหตุผลเดียว บรรยากาศดี สิ่งแวดล้อมสวยงาม ม้า วัว และสัตว์ในฟาร์ม    แม้กระทั่งฟอนหญ้าและคอกวัวก็ยังดูสวยกลมกลืนกับพื้นหญ้าเขียว ทุกคนที่ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย มีคนที่เป็นเกษตรกรเพียง 0.09% ส่วนใหญ่เป็นคนทั่วไป ซึ่งอาจะเป็นเพราะ คนทั่วไปมีประสบการณ์กับวัวเพียงแค่ ภาพที่เขาเห็นวัวนมในทีวี มีแต่วัวสวย สะอาด แต่โลกของฟาร์มเกษตรจริงๆ ไม่ใช่แบบนั่น  ซึ่งนี่คือ มุมมองของโชคที่ตีโจทย์ทางการตลาดได้ละเอียดทั้งมุมของลูกค้าและเกษตรกร  เขาต้องสื่อสารความคิดของนักท่องเที่ยว เรียงลำดับภาพให้ลูกน้องเข้าใจ โดยอาศัยทักษะของอาชีพครู ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญของการเป็นผู้นำองค์กร   มุมมองของโชคในการทำธุรกิจคือ  ถ้าเรารู้ว่าลูกค้ามีภาพอะไรในใจเราต้องสนองตอบให้ได้ ต้องปรุงแต่ง เกษตรกรจึงต้องเป็น Modeling Agency ด้วย    ความหมายของโชคคือการสอนให้คนเลี้ยงวัว รู้จักคัดสรรวัวนมหุ่นสวย ระดับนางเอกในคอก รักษาความสะอาด มาเป็นตัวโชว์ให้กับนักท่องเที่ยวนั่นเอง  ไม่ใช่แค่วัว ม้า และสัตว์ในฟาร์ม แม้แต่พนักงานทุกคน โชคก็ทำตัวเป็นเจ้าของโมเดลลิ่งที่ดีในการดูแลคนในสังกัด ดูแลรายละเอียดแม้กระทั่งจัดให้มีการอบรมการแต่งหน้า ให้กับพนักงานสาวๆ หรือหากิจกรรมที่จะช่วยให้การทำงานของพนักงานดีขึ้นในด้านอื่นๆ    “เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจัดให้พนักงาน เพื่อที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอยากสวย พัฒนาตัวเองให้สวยได้ ก็จะทำให้เขาเกิดกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาทำงาน”    การพัฒนารายละเอียดในเรื่องเล็กๆ หลายๆ เรื่อง เมื่อรวมกันจะสะท้อนเป็นภาพใหญ่ เหมือนกับปรัชญาหนึ่งของการทำธุรกิจของฟาร์ม ที่บอกว่าให้ชนะในเรื่องเล็กๆ แต่ชนะบ่อยๆ  


ธุรกิจเกษตรสำหรับคนไทย มักจะถูกมองว่าเชย ไม่ได้เป็นธุรกิจในใจคน ว่าไปแล้วฟาร์มโชคชัยก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในฐานะผู้ทำธุรกิจเกษตรล้วนๆ แต่ความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากการที่ผู้คนให้การยอมรับในเรื่องของความรู้ (Knowledge) ต่างๆ ที่นำมาใช้พัฒนาฟาร์ม จนกลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นมูลค่าธุรกิจของฟาร์มโชคชัย   การแปลงสัญญาณยังเป็นปรัชญาหนึ่งของการทำธุรกิจของฟาร์มโชคชัย ขณะที่การเป็นส่วนหนึ่งของสังคม คือโพสิชันนิ่งของฟาร์ม    ฟาร์มโชคชัย เป็นองค์กรที่พูดง่ายๆ ว่า ต้องทำให้พนักงานเห็นภาพ ไม่อย่างนั้นพนักงานจะเกิดความสับสน ทุกคนยอมรับว่าเกษตรที่สร้างความร่ำรวยจากการรีดนมวัวอย่างเดียว จะต้องเป็นคนที่รีดนมได้เกณฑ์ที่สูงมานาน แต่จะให้เขารีดได้สูงพอที่จะจูงใจให้คนเข้ามาดูเพื่อเปิดเป็นการท่องเที่ยว จะต้องสื่อสารให้คนในองค์กรเห็นความสำคัญตัวอย่างก็คือ หากคิดว่าทำไมคนทำธุรกิจบริการ จะต้องแบ่งกำไรให้กับคนรีดนมวัว โดยคิดว่าผลประโยชน์ควรจะเป็นของตัว เป็นการคิดผิด เพราะทุกอย่างเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันไปหมด จะต้องทำให้คนรีดนมวัวเข้าใจว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งธุรกิจได้อย่างไร มีคุณค่าแค่ไหน เพราะหากขาดคนดูแลและรีดนมวัวที่ดี ก็ไม่สร้างฟาร์มที่มีประสิทธิภาพพอที่จะดึงคนเข้ามาได้ การท่องเที่ยวก็ไม่เกิด  ดังนั้น นอกจากจะพาองค์กรเดินไปตามเป้าหมาย ในฐานะผู้นำต้องรู้จักมองจากมุมของพนักงานเข้ามาหาตัวเองด้วย  “อย่ามองจากเราแล้วไปที่เขา จะอย่างไรก็ตามต้องมองจากทีมงานขึ้นมามองลูกน้องให้ออกเพื่อเข้าใจ อีกด้านหนึ่งก็ต้องทำหน้าที่ผู้นำ ในการสร้างแรงบันดาลใจ เพราะถ้าไม่มีแรงบันดาลใจจะไม่สามารถจูงใจให้คนมาทำงานด้วยเพื่อพัฒนาไปสู่เป้าหมายเดียวกันที่วางไว้ได้  ที่ฟาร์มโชคชัย ซีอีโออย่างโชค จึงเลือกที่จะแสดงความเป็นมิตร สนุกสนาน ซึ่งนอกจากทำให้เข้ากับบรรยากาศของฟาร์มที่ดูสบายๆ แล้ว ยังทำให้ลูกน้องและลูกค้าเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับองค์กรได้ง่ายขึ้นอีกด้วย  การเชื่อมโยงระหว่างซีอีโอและพนักงาน เป็นกลยุทธ์ของการสร้างความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ และการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน หลายครั้งที่โชคไปบรรยายที่ไหน จะมีผู้คอยบันทึกเรื่องราวที่เขานำเรื่องในฟาร์มมาสื่อสารกับโลกภายนอก เพื่อนำกลับไปเล่าผ่านข่าวภายในองค์กรให้พนักงานได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวเสมอ   นอกจากให้พนักงานรู้ว่าองค์กรของพวกเขาได้ออกสู่สาธารณชนแล้ว เทคนิคการเล่าเรื่องของโชค จะไม่เล่าเรื่องเฉพาะความสำเร็จของตัวเองแบบที่เขาเห็นว่าเจ้านายส่วนใหญ่ชอบทำ แต่ทุกความสำเร็จที่อ้างถึงจะต้องมีลูกน้องเป็นส่วนหนึ่งในภาพความสำเร็จนั้นด้วยเสมอ เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าไม่ว่านายหรือลูกน้องต่างอยู่ในเรื่องราวเดียวกัน เมื่อผู้นำให้ใจขนาดนี้ พนักง